Market Share ไม่โต เพราะสินค้า หรือเลือกตลาดผิดกันแน่?

เรียนรู้วิธีวัดส่วนแบ่งตลาด Market Share จากข้อมูลธุรกิจจริง ต่อยอดสู่การเพิ่มยอดขาย ให้ธุรกิจเห็นโอกาสการแข่งขัน วิเคราะห์คู่แข่ง และวางกลยุทธ์การขายได้แม่นยำ
Market Share ไม่โต เพราะสินค้า หรือเลือกตลาดผิดกันแน่?

ยอดขายเพิ่มขึ้น 15% แต่ Market Share หรือส่วนแบ่งตลาดอาจลดลงในเวลาเดียวกัน เพราะถ้าตลาดรวมโต 30% แล้วบริษัทโตแค่ 15% หมายความว่ากำลังเสียพื้นที่ให้คู่แข่งทีละนิดโดยไม่รู้ตัว ปัญหาคือธุรกิจส่วนใหญ่ใช้ยอดขายเป็นตัวชี้วัดสุขภาพธุรกิจ ทั้งที่ตัวเลขเดียวกันนั้นซ่อนสัญญาณเตือนไว้อยู่

การอ่านส่วนแบ่งตลาด (Market Share) ให้ออกจึงเป็นคนละเรื่องกับการดูว่าสินค้าขายดีหรือเปล่า บทความนี้พาไปดูว่าวัดส่วนแบ่งตลาดได้จากข้อมูลอะไร ตีความอย่างไร และนำมาใช้วางกลยุทธ์การขายและการตลาดได้จริงอย่างไร ?

Market Share คืออะไร

Market Share หรือส่วนแบ่งตลาด คือสัดส่วนรายได้หรือยอดขายที่ธุรกิจถืออยู่เมื่อเทียบกับมูลค่าตลาดทั้งหมด ตัวเลขนี้วัดตำแหน่งของธุรกิจเทียบกับทั้งอุตสาหกรรม ไม่ใช่แค่วัดว่าตัวเองโตขึ้นหรือไม่

ความต่างระหว่าง "รายได้เติบโต" กับ Market Share เติบโต" คือสิ่งที่ธุรกิจจำนวนมากมองข้าม ถ้าตลาดรวมของอุตสาหกรรมขยายตัวปีละ 20% แต่บริษัทโตแค่ 10% ตัวเลขรายได้ดูเป็นบวก แต่ส่วนแบ่งตลาดกำลังหดลงทุกปี ซึ่งหมายความว่าคู่แข่งกำลังเติบโตเร็วกว่าและกำลังดึงลูกค้าออกไปเรื่อยๆ

การวิเคราะห์ตลาดที่อิงแค่ตัวเลขรายได้จึงให้ภาพที่ไม่สมบูรณ์ Market Share เป็นเครื่องมืออ่านเกมธุรกิจที่บอกว่าธุรกิจกำลังได้เปรียบหรือเสียเปรียบในการแข่งขัน ไม่ใช่แค่ว่าตัวเองโตหรือไม่โต

โดยสูตรพื้นฐานของ Market Share คือ Market Share (%) = รายได้บริษัท ÷ มูลค่าตลาดรวม × 100

ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ สมมติว่าตลาดบริการ Cloud Computing ในไทยมีมูลค่ารวม 10,000 ล้านบาทต่อปี และบริษัท A มีรายได้จากบริการนี้ 800 ล้านบาท ส่วนแบ่งตลาดของบริษัท A ในตลาดนี้จะอยู่ที่ 8%

ถ้าปีถัดมา รายได้ของบริษัท A เพิ่มเป็น 900 ล้านบาท (+12.5%) แต่ตลาดรวมโตเป็น 13,000 ล้านบาท (+30%) ส่วนแบ่งตลาดของบริษัท A จะลดลงเหลือ 6.9% แม้รายได้จะเพิ่มขึ้นในตัวเลขสัมบูรณ์ก็ตาม



ปีที่ 1

ปีที่ 2

การเปลี่ยนแปลง

รายได้บริษัท A

800 ล้านบาท

900 ล้านบาท

+12.5%

มูลค่าตลาดรวม

10,000 ล้านบาท

13,000 ล้านบาท

+30%

Market Share

8.0%

6.9%

-1.1%


ตัวเลขนี้ไม่ได้ต้องการข้อมูลสมบูรณ์แบบเหมือนบริษัทวิจัยระดับโลก ธุรกิจไทยสามารถประเมิน Market Share ได้จากข้อมูลที่มีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นรายได้ของตัวเอง ข้อมูลอุตสาหกรรมจากหน่วยงานรัฐ หรือข้อมูลงบการเงินของบริษัทคู่แข่งที่นำส่งต่อสาธารณะ

ข้อมูลที่ใช้วัด Market Share ของธุรกิจในไทย

การวิเคราะห์ส่วนแบ่งตลาดในไทยไม่จำเป็นต้องซื้อรายงานวิจัยราคาแพง เพราะมีแหล่งข้อมูลบริษัทและข้อมูลอุตสาหกรรมที่เข้าถึงได้หลายประเภท ประกอบกันให้ได้ภาพที่แม่นยำพอสำหรับการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์

1.ข้อมูลงบการเงินบริษัท

งบการเงินบริษัท คือแหล่งข้อมูลที่ตรงที่สุด บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต้องเปิดเผยงบการเงินต่อสาธารณะ ส่วนบริษัทจำกัดที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ต้องนำส่งงบการเงินรายปี ข้อมูลรายได้และกำไรเหล่านี้คือวัตถุดิบหลักของการวิเคราะห์ธุรกิจคู่แข่งในระดับที่ละเอียดพอ

2.ข้อมูลจดทะเบียนธุรกิจ

จาก DBD บอกได้ว่าอุตสาหกรรมใดมีผู้เล่นกี่ราย ทุนจดทะเบียนรวมเท่าไหร่ และมีบริษัทเกิดใหม่หรือเลิกกิจการปีละเท่าไหร่ ตัวเลขเหล่านี้ช่วยประเมินขนาดตลาดและความหนาแน่นของการแข่งขัน

3.ข้อมูลภาคอุตสาหกรรม

จากสมาคมวิชาชีพ หน่วยงานกำกับดูแล หรือรายงานของกระทรวงพาณิชย์และธนาคารแห่งประเทศไทย ให้ภาพรวมของตลาดในระดับมหภาค ซึ่งใช้เป็น Denominator ในการคำนวณ Market Share

4.ข้อมูลการเปรียบเทียบรายได้ระหว่างคู่แข่ง

เป็นวิธีที่ธุรกิจธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางใช้ได้จริงแม้ไม่มีข้อมูลตลาดรวมที่ชัดเจน โดยดูว่ารายได้ของตัวเองคิดเป็นสัดส่วนเท่าไหร่เมื่อเทียบกับผู้เล่นหลักในอุตสาหกรรม

ตัวอย่างการอ่าน Scenario จากข้อมูลที่มี

ข้อมูลบริษัทกลายเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ตลาดได้เมื่อนำมาอ่านเปรียบเทียบกัน ลองดู 2 สถานการณ์ที่สะท้อนสัญญาณต่างกัน

สถานการณ์ที่ 1: บริษัท A โตเร็วกว่าอุตสาหกรรม

ถ้าอุตสาหกรรมโดยรวมเติบโต 8% แต่รายได้ของบริษัท A โต 18% นั่นหมายความว่าส่วนแบ่งตลาดกำลังเพิ่มขึ้น บริษัทกำลังดึงลูกค้าจากคู่แข่งหรือตอบสนองความต้องการของตลาดได้ดีกว่า สัญญาณนี้บอกว่ากลยุทธ์การขายและการตลาดที่ใช้อยู่กำลังทำงาน และอาจถึงเวลาขยายการลงทุนในช่องทางที่ได้ผล

สถานการณ์ที่ 2: บริษัท B รายได้โต แต่ส่วนแบ่งตลาดหด

ถ้าอุตสาหกรรมโต 25% แต่รายได้ของบริษัท B โตแค่ 10% ส่วนแบ่งตลาดกำลังลดลงแม้ตัวเลขสัมบูรณ์จะเป็นบวก สัญญาณนี้บอกว่ากลยุทธ์ธุรกิจที่ใช้อยู่ยังไม่เพียงพอกับความเร็วของตลาด และถ้าไม่ปรับ คู่แข่งที่โตเร็วกว่าจะสะสมฐานลูกค้าจนยากจะตามทัน

ยิ่งมีข้อมูลตลาดมากเท่าไร การวางกลยุทธ์ก็ยิ่งแม่นขึ้น เพราะสามารถเห็นได้ว่าตัวเองกำลังอยู่ใน Scenario ไหน และควรตอบสนองอย่างไร

Market Share บอกอะไรเกี่ยวกับธุรกิจได้บ้าง

อ่านสุขภาพธุรกิจจาก Competitive Position

Market share ไม่ได้บอกแค่ว่าใครใหญ่กว่าใคร แต่สะท้อนตำแหน่งของแบรนด์เมื่อเทียบกับคู่แข่ง (Competitive Position) ของธุรกิจในตลาด ซึ่งมีนัยที่แตกต่างกันตามบริบท

ธุรกิจที่มีส่วนแบ่งตลาด (Market share) สูงมักมีข้อได้เปรียบด้านต้นทุนและการเจรจากับซัพพลายเอร์หรือคู่ค้า ขณะที่ธุรกิจที่ส่วนแบ่งตลาดกำลังลดลงต่อเนื่อง แม้รายได้ยังเป็นบวก มักเป็นสัญญาณที่มาก่อนปัญหาทางการเงิน เพราะฐานลูกค้าที่ลดลงเรื่อยๆ จะเริ่มกดดันรายได้ในที่สุด

วิธีวิเคราะห์ธุรกิจคู่แข่งด้วย Market Share คือดูว่าใครกำลังโตเร็วกว่าตลาด และโตจากอะไร ถ้าคู่แข่งรายหนึ่งเพิ่มส่วนแบ่งตลาดอย่างต่อเนื่องโดยไม่ได้ลดราคา แปลว่ามีบางอย่างในสินค้าหรือการบริการที่ตลาดตอบรับดีกว่า และควรวิเคราะห์ให้ออกว่าคืออะไร

ทิศทางอุตสาหกรรมที่ซ่อนอยู่ในตัวเลข

ข้อมูลอุตสาหกรรมที่ดูจาก Market Share ของผู้เล่นทั้งหมดบอกทิศทางที่ตัวเลขรวมไม่บอก ลองดู 2 โครงสร้างตลาดที่ให้สัญญาณต่างกัน

ตลาดที่กระจุกตัวสูง (Concentrated Market)

ตลาดที่ผู้เล่น 2-3 รายถือ Market Share รวมกันเกิน 70-80% ของตลาด ตลาดแบบนี้แข่งขันยากสำหรับผู้เล่นใหม่ เพราะ Market Leader มีข้อได้เปรียบด้านต้นทุน ความสัมพันธ์กับลูกค้า และอำนาจต่อรองกับซัพพลายเออร์ที่สะสมมานาน กลยุทธ์การขายที่ได้ผลในตลาดแบบนี้มักต้องเน้น differentiation อย่างชัดเจน ไม่ใช่การแข่งด้านราคา

ตลาดที่กระจัดกระจาย (Fragmented Market)

คือ ตลาดที่ไม่มีผู้เล่นรายใดถือ Market Share เกิน 10-15% และมีผู้เล่นจำนวนมาก ตลาดแบบนี้มีโอกาสสำหรับผู้เล่นที่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ก่อน ไม่ว่าจะผ่านการขยายสาขา การเข้าซื้อกิจการ หรือการสร้างโซลูชันบริการที่ทำให้ลูกค้าย้ายออกไปยากขึ้น

โอกาสที่มองไม่เห็นถ้าดูแค่ยอดขาย

สัญญาณที่ซ่อนอยู่ใน Market Share มักปรากฏเมื่อเปรียบเทียบอัตราการเติบโตของแต่ละบริษัทกับตลาดรวม

ธุรกิจขนาดเล็กที่ดูเหมือนไม่มีนัยสำคัญในแง่ขนาด แต่มีส่วนแบ่งตลาด เพิ่มขึ้นทุกปีต่อเนื่อง 3-4 ปี คือสัญญาณที่ต้องจับตา เพราะถ้าเส้นทางยังเดินต่อ ในอีก 5 ปีอาจกลายเป็นคู่แข่งหลักโดยที่ผู้เล่นเดิมไม่ทันตั้งตัว ข้อมูลบริษัทที่เปิดเผยต่อสาธารณะช่วยให้เห็นสัญญาณเหล่านี้ได้ก่อนที่จะเห็นในตลาด


วิธีใช้ Market Share วางกลยุทธ์การขายและการตลาด

การวิเคราะห์ตลาดที่ดีต้องจบที่การตัดสินใจเชิงธุรกิจ ไม่ใช่แค่รู้ว่าใครใหญ่กว่าใคร ด้านล่างคือ แนวทางสำหรับคิดต่อจากข้อมูลส่วนแบ่งตลาดที่มี

ถ้า Market Share ตัวเองกำลังหด แม้รายได้ยังโต

กลยุทธ์การขายที่ควรพิจารณาคือการวิเคราะห์ว่าตลาดกำลังโตจากลูกค้ากลุ่มไหนที่ตัวเองยังเข้าไม่ถึง และประเมินว่าคู่แข่งที่โตเร็วกว่าได้ลูกค้ากลุ่มนั้นมาจากอะไร คำถามที่ต้องตอบให้ได้คือ "ลูกค้าที่เลือกคู่แข่งแทนเรา เขาเห็นอะไรที่แตกต่าง"

ถ้า Market Share กำลังเพิ่มขึ้น

โฟกัสของกลยุทธ์การตลาดควรเปลี่ยนจากการ "หาลูกค้าใหม่" มาเป็นการ "รักษาลูกค้าที่ได้มา" เพราะการรักษา ส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่งได้มาต้องการการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว ไม่ใช่แค่การโปรโมตต่อเนื่อง

ถ้าตลาดรวมกำลังหดตัว แต่ Market Share ตัวเองยังคงที่

สัญญาณนี้อาจสะท้อนว่าธุรกิจกำลังเข้าสู่จุดที่ต้องตัดสินใจว่าจะรักษาส่วนแบ่งตลาดเดิมไว้ หรือมองหาโอกาสใหม่ในตลาดที่ยังเติบโตได้อีก ขณะเดียวกัน การวิเคราะห์คู่แข่งก็อาจช่วยให้เห็นว่ามีผู้เล่นรายใดกำลังอ่อนตัวลง หรือเริ่มสูญเสียฐานลูกค้า ซึ่งอาจกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจของบริษัท

การเพิ่มยอดขายที่ยั่งยืนต้องมาจากการเข้าใจว่าส่วนแบ่งตลาดกำลังเคลื่อนไปทิศทางใด ไม่ใช่แค่การทำโปรโมชันมากขึ้น

หากข้อมูลสะท้อนว่าตลาดเริ่มกระจายตัวมากขึ้น ธุรกิจที่ได้เปรียบอาจไม่ใช่ผู้เล่นที่ใหญ่ที่สุด แต่คือผู้ที่สร้างความแตกต่างได้ชัดเจนก่อนที่ตลาดจะเริ่มรวมตัวอยู่กับผู้เล่นรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย ในทางกลับกัน หากพบว่าคู่แข่งบางรายกำลังเพิ่มส่วนแบ่งตลาดอย่างรวดเร็ว ธุรกิจอาจไม่จำเป็นต้องแข่งขันตรงๆ แต่เลือกเจาะกลุ่มลูกค้าหรือพื้นที่ตลาดที่คู่แข่งยังให้บริการได้ไม่เต็มที่แทน


สัญญาณจากข้อมูล

คำถามที่ต้องตอบ

ทิศทางกลยุทธ์

ตลาดโตเร็ว แต่เราโตช้ากว่า

ใครได้ส่วนแบ่งที่เราเสียไป

วิเคราะห์คู่แข่งที่โตเร็วสุด

เราโตเร็วกว่าตลาด

จะรักษาข้อได้เปรียบนี้ได้นานแค่ไหน

สร้าง Barrier ให้ลูกค้าอยู่กับเรา

ตลาดหดตัว แต่เราคงที่

มีผู้เล่นเดิมกำลังออกจากตลาดไหม

รับลูกค้าที่กำลังจะเปลี่ยนผู้ให้บริการ

ตลาดมีผู้เล่นจำนวนมาก

Segment ไหนยังไม่มีใครครอง

เจาะ Niche ก่อนที่รายใหญ่จะเข้ามาครองตลาด

Corpus X ช่วยวัด Market Share จากข้อมูลบริษัทจริงได้อย่างไร

การวิเคราะห์ส่วนแบ่งตลาด (Market Share) ที่แม่นยำต้องการข้อมูลสองชั้น ชั้นแรกคือรายได้และงบการเงินของบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน และชั้นที่สองคือบริบทของตลาดรวมที่บอกว่าผู้เล่นแต่ละรายโตหรือหดเมื่อเทียบกับทิศทางของอุตสาหกรรม

ปัญหาที่ธุรกิจส่วนใหญ่เผชิญคือข้อมูลเหล่านี้กระจัดกระจายอยู่หลายแหล่ง ใช้เวลาและทรัพยากรในการรวบรวมมาก จนหลายครั้งการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์เกิดขึ้นก่อนที่ข้อมูลจะพร้อม

Corpus X แพลตฟอร์มที่รวบรวมข้อมูลบริษัทจากฐานข้อมูลจดทะเบียนและงบการเงินของบริษัทไทย ทำให้สามารถวิเคราะห์คู่แข่งและเปรียบเทียบผู้เล่นในอุตสาหกรรมได้โดยไม่ต้องรวบรวมข้อมูลเอง ไม่ว่าจะเป็นการดูรายได้และอัตราการเติบโตของบริษัทในกลุ่มเดียวกัน การเปรียบเทียบโครงสร้างทางการเงินระหว่างคู่แข่ง หรือการดูภาพรวมของผู้เล่นในตลาดที่กำลังพิจารณาจะเข้าไป

เมื่อการแข่งขันวัดกันที่ความสามารถในการอ่านข้อมูลตลาดและเข้าใจคู่แข่งได้แม่นยำกว่า การมีข้อมูลที่ถูกต้องและเข้าถึงได้เร็วจึงกลายเป็นข้อได้เปรียบสำคัญ

ทดลองใช้ Corpus X ฟรี เพื่อวิเคราะห์ส่วนแบ่งตลาดและเปรียบเทียบคู่แข่งจากข้อมูลบริษัทจริง