บริษัทจดทะเบียนใหม่ปี 2568 มีกี่บริษัท อุตสาหกรรมไหนมาแรง

ค้นหาบริษัทจดทะเบียนใหม่ปี 2568 ข้อมูลบริษัทที่จดทะเบียนแล้ว นำโดยธุรกิจก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ และร้านอาหาร ค้นหาบริษัทจดทะเบียนได้ทันที ครบถ้วน อัปเดตล่าสุด
บริษัทจดทะเบียนใหม่ปี 2568 มีกี่บริษัท อุตสาหกรรมไหนมาแรง

ในแต่ละปี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กระทรวงพาณิชย์ จะออกรายงานสถิติการจดทะเบียนนิติบุคคล หรือบริษัทจัดตั้งใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อมูลธุรกิจสำคัญที่สะท้อนภาวะเศรษฐกิจและทิศทางธุรกิจของประเทศไทยได้ดีที่สุดชุดหนึ่ง สำหรับปี 2568 ข้อมูลบริษัทจัดตั้งใหม่ชุดนี้บอกอะไรเราได้บ้าง? เศรษฐกิจไทยกำลังเดินไปทิศทางไหน? และธุรกิจกลุ่มไหนที่กำลังมาแรง? บทความนี้สรุปและวิเคราะห์ข้อมูลจาก DBD Business Data Report ปี 2568 ไว้อย่างครบถ้วนให้คุณแล้ว

สถิติภาพรวมการจดทะเบียน ปี 2568

ในปี 2568 ที่ผ่านมา กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ได้สรุปรายงาน จำนวนนิติบุคคลจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ทั่วประเทศไทย รวมทั้งหมด 85,251 ราย โดยลดลงเล็กน้อย -2.68% เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยมีมูลค่าทุนจดทะเบียนรวม 264,237.13 ล้านบาท ลดลง -7.53% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่สะท้อนภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวในทิศทางทรงตัว โดยสรุปตามตาราง ดังนี้

ตัวชี้วัด

จำนวน

เปลี่ยนแปลง (YoY)

จดทะเบียนจัดตั้งใหม่

85,251 ราย

-2.68%

มูลค่าทุนจดทะเบียนใหม่

264,237.13 ล้านบาท

-7.53%

เลิกกิจการ

22,783 ราย

 -3.78%

มูลค่าทุนเลิกกิจการ

106,594.08 ล้านบาท

-37.73%

จดทะเบียนเพิ่มทุน

23,480 ราย

-1.07%

มูลค่าการเพิ่มทุนรวม

1,771,758.93 ล้านบาท

+12.42%

นิติบุคคลดำเนินการอยู่

967,210 ราย (47.18%)

-

ทุนจดทะเบียนรวมทั้งประเทศ

23.42 ล้านล้านบาท

-


ข้อสังเกต: แม้จำนวนจัดตั้งใหม่จะลดลงเล็กน้อย แต่มูลค่าการเพิ่มทุนกลับเพิ่มขึ้นถึง +12.42% บ่งชี้ว่าธุรกิจที่ดำเนินการอยู่แล้วมีความเชื่อมั่นและต้องการขยายกิจการต่อเนื่อง

การกระจายตัวตามภูมิภาค: กรุงเทพมหานครครองสัดส่วน 30.18% ของการจดทะเบียนใหม่ทั้งหมด (25,731 ราย) และ 47.10% ของมูลค่าทุน (124,443.82 ล้านบาท) ส่วนภาคตะวันออก (EEC) มีมูลค่าทุนสูงเป็นอันดับสอง 45,144.29 ล้านบาท สะท้อนการขยายตัวของพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ

ธุรกิจจัดตั้งใหม่ดาวเด่น ปี 2568

จากข้อมูล DBD ธุรกิจ 3 กลุ่มครองอันดับสูงสุดทั้งในด้านจำนวนจัดตั้งใหม่และแนวโน้มการเติบโต

อันดับ

ประเภทธุรกิจ

จัดตั้งใหม่

ทุนจดทะเบียน

1

ก่อสร้างอาคารทั่วไป

6,734 ราย (7.90%)

13,806.82 ล้านบาท

2

อสังหาริมทรัพย์

4,865 ราย (5.71%)

23,143.22 ล้านบาท

3

ภัตตาคาร / ร้านอาหาร

3,616 ราย (4.24%)

7,171.65 ล้านบาท


ธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ครองแชมป์ต่อเนื่อง ได้แรงหนุนจากโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ การขยายตัวของ EEC และความต้องการที่อยู่อาศัยในเมืองรอง ขณะที่ภัตตาคาร/ร้านอาหารเติบโตตามการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและ Food Delivery

นอกจากนี้ DBD ยังจัด 10 ธุรกิจดาวเด่นปี 2568 ออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

  • กลุ่มที่ 1 ไลฟ์สไตล์และบริการผู้บริโภค: ธุรกิจท่องเที่ยว ความงาม สัตว์เลี้ยง สายมู และฟิตเนส กลุ่มนี้ขับเคลื่อนด้วยการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคหลังยุค COVID-19 ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและสุขภาพมากขึ้น

  • กลุ่มที่ 2 นวัตกรรมและเทคโนโลยี: Cloud/Cyber Security, EV (ยานยนต์ไฟฟ้า) และ Data Center กลุ่มนี้เติบโตตามแผนยุทธศาสตร์การดึงดูดนักลงทุนต่างชาติในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย โดยเฉพาะ EEC Phase 2

  • กลุ่มที่ 3 บริหารจัดการธุรกิจ: สำนักงานบัญชี/กฎหมาย และที่ปรึกษาสิ่งแวดล้อมและคาร์บอนเครดิต กลุ่มนี้สะท้อนแนวโน้ม ESG ที่ภาคธุรกิจให้ความสำคัญมากขึ้นตามกฎระเบียบใหม่ทั้งในระดับประเทศและสากล

กลุ่มธุรกิจที่เลิกกิจการ: สำหรับธุรกิจที่เลิกกิจการมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ก่อสร้างทั่วไป 1,877 ราย (8.24%) อสังหาริมทรัพย์ 1,223 ราย (5.37%) และภัตตาคาร/ร้านอาหาร 916 ราย (4.02%) ซึ่งน่าสนใจว่าธุรกิจกลุ่มนี้เป็นกลุ่มเดียวกันกับที่จดทะเบียนใหม่มากที่สุด จากข้อมูลทำให้บ่งชี้ถึงการหมุนเวียนสูงในอุตสาหกรรมเหล่านี้ มีทั้งผู้เล่นรายใหม่เข้ามาพร้อมกับผู้เล่นเดิมที่ปิดตัวลง ธุรกิจที่ต้องการประสิทธิภาพสูงในการแข่งขัน ต้องอาศัยทั้งทุน ความเชี่ยวชาญ และการบริหารต้นทุนที่ดีเพื่อรอดในระยะยาว

ธุรกิจจัดตั้งใหม่แบ่งตามช่วงทุนจดทะเบียน

เมื่อดูโครงสร้างทุนของธุรกิจจัดตั้งใหม่ จะเห็นภาพที่ชัดเจนมากว่า ธุรกิจขนาดเล็กยังครองสัดส่วนหลักของตลาด

ช่วงทุนจดทะเบียน

จำนวนบริษัท

สัดส่วน

มูลค่าทุน

น้อยกว่า 1 ล้านบาท

56,714 ราย

66.53%

0.47 ล้านล้านบาท

1.05 – 5.00 ล้านบาท

27,254 ราย

31.97%

0.92 ล้านล้านบาท

5.01 – 100 ล้านบาท

1,146 ราย

1.34%

0.33 ล้านล้านบาท

มากกว่า 100 ล้านบาท

137 ราย

0.16%

0.92 ล้านล้านบาท


ตัวเลขทุนจดทะเบียนบริษัทนี้เผยให้เห็นโครงสร้างที่สำคัญมาก บริษัทขนาดเล็กที่มีทุนต่ำกว่า 1 ล้านบาทคิดเป็น 66.53% ของบริษัทใหม่ทั้งหมด แต่คิดเป็นเพียง 17.69% ของมูลค่าทุนรวม ในทางกลับกัน บริษัทขนาดใหญ่ที่มีทุนเกิน 100 ล้านบาท มีเพียง 0.16% ของจำนวน แต่ครองสัดส่วนทุนถึง 34.80% สะท้อนให้เห็นว่าระบบเศรษฐกิจไทยยังคงถูกขับเคลื่อนโดย SMEs เป็นหลัก แต่เม็ดเงินลงทุนจริงกระจุกอยู่กับกลุ่มทุนขนาดใหญ่

เปรียบเทียบโครงสร้างธุรกิจไทย 5 ปีหลัง (2564–2568)

การมองย้อนหลัง 5 ปี ช่วยให้เราเข้าใจได้ดีขึ้นว่าตัวเลขปี 2568 นั้น "ปกติ" หรือ "ผิดปกติ" แค่ไหน

ปี

จัดตั้งใหม่ (ราย)

เฉลี่ย/เดือน

YoY

GDP Growth

2563

63,340

5,278

-11.39%

-6.1%

2564

72,958

6,079

+15.18%

+1.6%

2565

76,488

6,374

+4.84%

+2.6%

2566

85,300

7,108

+11.52%

+2.5%

2567

87,596

7,300

+2.69%

+2.5%

2568

85,251

7,104

-2.68%

+2.0%*

2569 (ประมาณ)

85,000–87,000

7,100–7,300

+1.00–2.05%

1.2–2.2%*

* ประมาณการโดย สศช.



สิ่งที่โดดเด่นชัดเจนคือ ปี 2563 เป็นจุดต่ำสุดในรอบ 8 ปี เพราะผลกระทบของ COVID-19 ทำให้จำนวนจัดตั้งใหม่ดิ่งลง -11.39% ก่อนที่จะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในปี 2564 ด้วยการเติบโตถึง +15.18% สะท้อนให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของภาคธุรกิจไทยในการปรับตัว

สำหรับปี 2568 การลดลงเพียง -2.68% จึงถือว่าอยู่ในระดับปกติของการปรับฐาน หลังจากที่ปี 2567 ทำสถิติสูงสุดที่ 87,596 ราย และเมื่อเทียบกับแนวโน้ม 5 ปีย้อนหลัง ตัวเลข 85,251 รายถือว่าอยู่ในระดับที่ดีและสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวอยู่

การลงทุนจากต่างชาติ ปี 2568 มูลค่าสูงสุดในรอบ 5 ปี

หนึ่งในไฮไลต์ที่โดดเด่นที่สุดของปี 2568 คือมูลค่าการลงทุนจากต่างชาติในนิติบุคคลไทย ซึ่ง DBD รายงานสัดส่วนต่างชาติอยู่ที่ 19.87% ของทุนจดทะเบียนรวม หรือคิดเป็น 4.65 ล้านล้านบาท โดยผู้นำการลงทุน 5 อันดับแรก ได้แก่

อันดับ

ประเทศ

มูลค่าลงทุน

สัดส่วนของต่างชาติทั้งหมด

1

ญี่ปุ่น

1,005,814.59 ล้านบาท

4.30%

2

มาเลเซีย

840,313.22 ล้านบาท

3.59%

3

สิงคโปร์

495,901.77 ล้านบาท

2.12%

4

จีน

247,256.84 ล้านบาท

1.06%

5

ฮ่องกง

183,936.51 ล้านบาท

0.79%


ธุรกิจที่ต่างชาติเข้ามาลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจโฮลดิ้ง (414,019.92 ล้านบาท), การผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติก (227,910.53 ล้านบาท), ธนาคารพาณิชย์ (215,685.24 ล้านบาท), การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ (200,331.75 ล้านบาท) และการผลิตเหล็กและเหล็กกล้าขั้นมูลฐาน (165,810.39 ล้านบาท)

ญี่ปุ่นและมาเลเซียขึ้นมานำโดดเด่น บ่งชี้ถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ลึกซึ้งระหว่างไทยกับประเทศเหล่านี้ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการผลิตและยานยนต์

วิเคราะห์แนวโน้มธุรกิจตั้งใหม่ ปี 2569

DBD ประมาณการว่าปี 2569 จะมีการจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ 85,000–87,000 ราย (+1.00–2.05%) สอดคล้องกับที่ สศช. คาดการณ์ GDP ที่ 1.2–2.2% โดยปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ ได้แก่ การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง การท่องเที่ยวหลังเปิดเสรีวีซ่า การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและ EEC Phase 2 รวมถึงเงินลงทุนต่างชาติในกลุ่มเทคโนโลยีและ EV

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่ต้องติดตามได้แก่ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า หนี้ครัวเรือนสูง และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

ปี 2568 สะท้อนอะไรจากข้อมูลการจดทะเบียนธุรกิจ

จากข้อมูลทั้งหมดที่วิเคราะห์มา สรุปได้เป็น 5 ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนและผู้ประกอบการควรรู้

1. ปีแห่งการขยาย มากกว่าเริ่ม

การเพิ่มทุนพุ่ง +12.42% แม้การจัดตั้งใหม่จะลด -2.68% บ่งชี้ว่าผู้ประกอบการที่มีอยู่เลือกขยายกิจการมากกว่าที่คนใหม่จะเข้ามาเริ่มต้น ซึ่งสะท้อนสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน แต่ผู้ที่อยู่รอดแล้วมีความเชื่อมั่นสูง

2. ก่อสร้างและอสังหาฯ ยังไม่หยุดโต

แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์จะมีการชะลอตัวในแง่ยอดขาย แต่จำนวนบริษัทที่จดทะเบียนใหม่ในกลุ่มนี้ยังสูงมาก สะท้อนว่าการลงทุนโครงการที่อยู่อาศัยและก่อสร้างพาณิชย์ยังคงเป็นที่ต้องการ โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองรองที่ยังมีโอกาสเติบโต

3. SMEs ยังเป็นรากฐาน แต่ทุนใหญ่คือผู้ขับเคลื่อนจริง

บริษัทขนาดเล็ก (ทุนต่ำกว่า 1 ล้านบาท) คิดเป็น 66.53% ของบริษัทใหม่ทั้งหมด แต่ 137 บริษัทที่มีทุนเกิน 100 ล้านบาท ควบคุมทุน 34.80% ความเหลื่อมล้ำนี้เป็นโครงสร้างที่เห็นมาตลอดและน่าจะยังคงอยู่ต่อไป

4. ต่างชาติเชื่อมั่นไทยระยะยาว

การลงทุนต่างชาติในนิติบุคคลไทยยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะจากญี่ปุ่น มาเลเซีย และสิงคโปร์ ในอุตสาหกรรมการผลิตและยานยนต์ EEC ยังคงเป็นแม่เหล็กสำคัญที่ดึงดูดการลงทุนขนาดใหญ่

5. ธุรกิจดิจิทัลและ ESG คือคลื่นลูกถัดไป

การเติบโตของธุรกิจ Cloud, Cyber Security, EV และที่ปรึกษาคาร์บอนเครดิต สะท้อนแนวโน้มระดับโลกที่กำลังเข้ามาสู่ไทย ธุรกิจที่ปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีและความยั่งยืนได้เร็วกว่า จะมีความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาว



ตัวเลขจาก DBD ปี 2568 บอกเราได้ว่าธุรกิจไทยยังเดินหน้า แต่การรู้ว่า "มีบริษัทเปิดใหม่กี่ราย" เป็นแค่ภาพกว้าง สิ่งที่นักลงทุนและผู้ประกอบการต้องการจริงๆ คือรู้ว่าคู่ค้า คู่แข่ง หรือบริษัทที่สนใจนั้น มีสุขภาพทางการเงินเป็นอย่างไร งบการเงินบอกอะไร และเครือข่ายธุรกิจเบื้องหลังคือใคร

ทดลองใช้ Corpus X ฟรี วันนี้ เพื่อเปิดเผยความจริงที่ซ่อนอยู่ในทุกเครือข่ายธุรกิจ และก้าวสู่การตัดสินใจบนข้อมูลที่โปร่งใส แม่นยำ และเข้มข้นกว่าที่เคย

แหล่งอ้างอิง: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD). (2568). Business Data Report ข้อมูลนิติบุคคลประจำปี 2568. กระทรวงพาณิชย์. https://www.dbd.go.th